19/06/2026
ภาชนะสำริดมีลูกปัดหินคาเนเลี่ยน
สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ประมาณ ๑,๗๐๐-๒,๓๐๐ ปีมาแล้ว
ได้จากการขุดค้นจากแหล่งโบราณคดีบ้านดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี
ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องก่อนประวัติศาสตร์ อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
_____________________________________
ภาชนะสำริดทรงกลม ก้นภาชนะกลม สภาพมีรอยแตกร้าว ภายในพบลูกปัดหินคาร์เนเลี่ยน (Carnelian) ทรงกลม สีส้ม และลูกปัดหินอาเกต (Agate)* ทรงรีฝังอยู่กับดิน จากการเอกซเรย์พบว่ากึ่งกลางก้นภาชนะด้านในมีปุ่มแหลม
ภาชนะสำริดแบบมีปุ่มแหลมกึ่งกลางก้นภาชนะด้านใน (knobbed ware) พบในแหล่งโบราณคดีประเทศไทยหลายแห่ง ทั้งในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้** ทั้งจากการขุดค้นทางโบราณคดีและการสำรวจ สันนิษฐานว่ามีอายุในช่วงปลายสมัยก่อนประวัติศาสตร์นอกจากนี้ในพื้นที่ภาคใต้ยังพบชิ้นส่วนภาชนะแบบมีปุ่มแหลมที่ทำจากดินเผาอีกด้วย โดยมีข้อสังเกตว่า ภาชนะสำริดแบบมีปุ่มแหลมส่วนใหญ่มีก้นแบนหรือกลมในรูปทรงชาม ในทางตรงกันข้ามภาชนะดินเผาแบบมีปุ่มแหลมส่วนใหญ่มีฐานแบนหรือมีเชิงเป็นวงแหวน (foot ring) เตี้ยๆ สำหรับชิ้นส่วนภาชนะสำริดแบบมีปุ่มแหลมที่พบจากการขุดค้น ณ บ้านดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี และแหล่งโบราณคดีเขาสามแก้ว อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร มีการตรวจองค์ประกอบโลหะพบว่าเป็นสำริดดีบุกสูง (high tin bronze) ซึ่งเป็นองค์ประกอบทางโลหะแบบเดียวกับที่พบในภาชนะแบบมีปุ่มแหลม จากแหล่งโบราณคดีในลุ่มแม่น้ำคงคา เช่น แหล่งโบราณคดี Agiabir (ในเขต มิรชาปุระ (Mirzapur) รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย) กำหนดอายุอยู่ประมาณ ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว และภาชนะแบบมีปุ่มแหลมที่พบในแหล่งโบราณคดี Wari-Bateshwar ในบังกลาเทศ มีองค์ประกอบโลหะพบว่าเป็นสำริดดีบุกสูงเช่นกัน ซึ่งแหล่งโบราณคดีแห่งนี้มีสถานะเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๒-๘ นอกจากนี้ในพื้นที่อ่าวเบงกอล พบภาชนะแบบมีปุ่มแหลมหลายแห่ง อาทิ เมืองโบราณ Sisupalgarh และแหล่งโบราณคดี Manikpatna รัฐโอริสสา และแหล่งโบราณคดี Harinarayanpur ในรัฐเบงกอลตะวันตก
ดังนั้นภาชนะแบบมีปุ่มแหลม ที่พบในภาคกลางและภาคใต้ของประเทศไทยเป็นหลักฐานสำคัญถึงการติดต่อค้าขายระหว่างภูมิภาค กับชุมชนในพื้นที่แถบอ่าวเบงกอลของอินเดีย ผ่านเส้นทางการค้าภาคพื้นแผ่นดินและทางน้ำ โดยเฉพาะทางภาคใต้พบทั้งแบบดินเผาและแบบโลหะ และแม้ไม่อาจทราบถึงหน้าที่การใช้งานอย่างชัดเจน แต่สำหรับที่แหล่งโบราณคดีบ้านดอนตาเพชร และที่พบในพื้นที่จังหวัดลพบุรีนั้นเป็นวัตถุในหลุมฝังศพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมความตาย ในเวลาต่อมานายเอียน ซี โกลเวอร์ (Ian C. Glover) นักโบราณคดีชาวอังกฤษ วิเคราะห์ว่ารูปแบบของปุ่มที่ก้นภาชนะด้านในนั้นอาจเป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับคติศูนย์กลางจักรวาลหรือเขาพระสุเมรุ ขณะที่ รศ. สุรพล นาถะพินธุ นักโบราณคดี สันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับเสกน้ำศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา โดยการจุดเทียนไว้บนปุ่มกลางก้นภาชนะ ซึ่งการใช้ภาชนะรูปแบบนี้เป็นการแพร่กระจายทางวัฒนธรรมจากชุมชนในลุ่มแม่น้ำคงคา ผ่านเส้นทางการค้าทางทะเล โดยมีเมืองท่าสำคัญ ได้แก่ เมือง Tamralipti (Tamluk) ปัจจุบันอยู่ในรัฐเบงกอลตะวันตก และแหล่งโบราณคดี Wari-Bateshwar ในบังกลาเทศ
*อ่านเรื่อง ลูกปัดหิน ที่พบจากแหล่งโบราณคดีเดียวกันนี้ได้ใน “สร้อยลูกปัดหินกึ่งมีค่า” https://www.facebook.com/share/p/1DzeTGtaej/
**นอกจากนี้ยังระบุว่า ภาชนะแบบมีปุ่มแหลมพบที่แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง และแหล่งโบราณคดีบ้านนาดี จังหวัดอุดรธานี แหล่งโบราณคดีบ้านโคกคอน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร
อ้างอิง
Jahan, Shahnaj Husne. Maritime Trade between Thailand and Bengal. วารสารวิจิตรศิลป์ ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2555, 205-228.
Silapanth P. Knobbed Ware from Archaeological Sites in Thailand: Evidence of Early Exchange between South Asia and Southeast Asia. Thammasat Review. Vol. 21 No. 1 (2018): January-June 2018, 131-151.