October Network อยากรู้ความจริงเรื่อง 6 ตุลาคม click: 6tula2519.net
สอบถาม [email protected]

ย้อนรำลึก 6 ตุลาในสถานการณ์ความรุนแรงปัจจุบัน #ตามหาฆาตกรตัวจริง
โดย วิภา ดาวมณี

เดือนตุลาคมของทุกๆปีจะมีคนจำนวนหนึ่งมาร่วมพิธีกรรมรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เช่นเดียวกับในประเทศเกาหลี อาเจนตินา อาฟริกาใต้ และอีกหลายประเทศที่ประชาชนถูกประหัตประหารจากความรุนแรงของรัฐ คณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 มีข้อสรุปที่สำคัญจากการสืบพยาน คือ

1. เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

ถือเป็นอาชญากรรมของรัฐที่ก่อกับประชาชน สมควรที่รัฐจะต้องแสดงความรับผิดชอบ
2. มีการนำสื่อของรัฐ กุข่าว ประโคมข่าว สร้างเรื่องเท็จ ปลุกระดมให้เกิดการทำร้ายร่างกาย ฆ่า ฟัน และกระทำทารุณกรรม อย่างโหดเหี้ยม โดยเฉพาะสถานีวิทยุยานเกราะ ซึ่งเป็นสถานีของรัฐ ที่อยู่ในความควบคุมของฝ่ายทหาร จนก่อให้เกิดเหตุการณ์นองเลือดในธรรมศาสตร์ และบริเวณท้องสนามหลวง รวมทั้งเหตุการณ์ต่อเนื่องที่เยาวชน นิสิตนักศึกษา จำนวนประมาณกว่า 3,000 คน ต้องหลบหนีภัยคุกคาม เข้าร่วมกับกองทัพประชาชนของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี และสูงสุดถึงประมาณ 13 ปี รัฐจะมีมาตรการและกลไกป้องกันอย่างไร ไม่ให้บุคลากรของรัฐ นำเครื่องมือและกลไกต่าง ๆ ของรัฐ มาใช้ในการเข่นฆ่า และทำร้ายประชาชนในอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์เช่นที่ได้เกิดขึ้นมาแล้ว ทั้งในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 / 6 ตุลาคม 2519 และเหตุการณ์พฤษภา 2535

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการรับข้อมูลฯ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2545 ยังได้มีมติขอให้รัฐบาลกล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้เสียหาย พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ของผู้เสียหายทั้งหลายทั้งปวง ในอาชญากรรมที่รัฐไทยในอดีต ได้ก่อขึ้น เมื่อ วันที่ 6 ตุลาคม 2519 ในฐานะที่เหตุการณ์นี้ถือเป็นอาชญากรรมที่รัฐก่อกับประชาชน ส่งผลให้เกิดบาดแผลในใจแก่เด็กเยาวชน และพ่อแม่ผู้ปกครอง รวมทั้งญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ประมาณว่าไม่ต่ำกว่า 50,000 คน ข้อเรียกร้องต่อรัฐ ซี่งยังมิได้รับการตอบสนองแต่ประการใด โดย ศ.เสน่ห์ จามริก ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการรับข้อมูลฯ ได้มอบจดหมายข้อเรียกร้องเป็นทางการให้กับท่านายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรในคราวที่มาเปิดอนุสาวรีย์ 14 ตุลา ที่สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน พร้อมทั้งเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการอิสระ (Truth commission) ติดตามผู้สูญหาย และเรียกร้องการจ่ายค่าชดเชยอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล โดยคณะกรรมการอิสระชุดนี้จะทำหน้าที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2516 ติดตามตรวจสอบผู้เสียชีวิต และสูญหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งอาจรวมตลอดถึงการจัดสร้างอนุสรณ์สถานเป็นเป็นเครื่องเตือนใจแก่คนรุ่นหลัง ให้ระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ ถึงแม้ว่าเวลาจะครปีแล้ว ก็ยังไม่ถือว่าช้าเกินการณ์ เพราะแม้สงครามเกาหลี หรือสงครามเวียดนาม จะเลิกไป 25-30 ปี แล้ว รัฐบาลอเมริกันยังคงติดตามทหารอเมริกันที่สูญหายอยู่แและจะเลิกก็ต่อเมื่อหาได้ครบถ้วน ในเกาหลี truth commission สามารถเอาอดีตประธานาธิปดีที่สั่งการฆ่าหมู่นักศึกษาที่เมืองกวางจูมาลงโทษ และในชิลีก็มีความพยายามนำตัวนายพลปิโนเช่ มาชำระโทษเช่นกัน

เหตุการณ์ในสังคมไทยเราในรอบทศวรรษที่ผ่านมาเหตุการณ์รุนแรงที่รัฐกระทำกับประชาชนดูจะซ้ำรอยเดิม เช่นกรณี กรือเซะ การสังหารผู้นำรากหญ้า เจริญ วัดอักษร การปราบยาเสพติดโดยการฆ่าตัดตอนผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดกว่า 2,500 ราย เสมือนกับว่าเป็นเรื่องปกติในสังคม การอุ้มฆ่าทนายสมชาย และการล้อมปราบเสื้อแดงในปี 2553 และการไล่ล่าผู้คิดต่างกับรัฐ การจับกุมเยาวชนผู้นำนักเรียน นักศึกษา ด้วยมาตรา 112 และการสูญหายของอีกหลายคนเสมือนว่าไม่เคยมีบทเรียนอาชญากรรมรัฐมาก่อน

ทุกๆปีในวันที่ 6 ตุลา โครงการกำแพงประวัติศาสตร์: ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ เครือข่ายเดือนตุลา คณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา ร่วมกันจัดงานรำลึกที่ สวนประติมากรรมโครงการกำแพงประวัติศาสตร์ หน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

สอบถามได้ที่ 081-613-4792 email: [email protected]
คลิกอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ในเว็บไซต์ www.6tula2519.net

หมายเหตุ
คณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ตั้งขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2543
ประกอบด้วย ที่ปรึกษา 7 ท่านคือ ศ.เสน่ห์ จามริก ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ รศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ศ.นิคม จันทรวิทุร(เสียชีวิต) และ ผศ.ดร.พนม เอี่ยมประยูร (เสียชีวิต) และประธานกรรมการ ศ.(พิเศษ) ดร.ชลธิรา สัตยาวัฒนา พร้อมด้วยกรรมการ 3 ท่านได้แก่ คุณสมศักดิ์ โกศัยสุข ผศ.สุรัสวดี หุ่นพยนต์ และดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ (เสียชีวิต) โดยมี ผศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ เป็นเลขานุการ (ลาออก) และ ผู้ประสานงาน คือ อาจารย์วิภา ดาวมณี คุณสุรีพร วิทูวิทยา(เสียชีวิต) และคุณนุ่มนวล ยัพราช(ลาออก)

ทำไมต้อง 6 ตุลา 2519 คลิก website 6tula2519.net เสมือนท่องไปในมิวเซียมเล็กๆ จากความตั้งใจของคนเล็กๆ http://6tula2519.net/newsite/category/article01/

Intro for Public
On the morning of 6 th October 1976, Thai uniformed police, alongside armed semi-fascist thugs, crushed the student movement in Thailand at Thammasat University. This brutal state crime was supported, either directly or indirectly, by all sections of the Thai ruling elite. Their aim was not so much the crushing of the young parliamentary democracy, which had arisen after the mass popular uprising three years earlier on the 14th October 1973, but the destruction of the growing socialist movement throughout the country. This destruction of the left came not only in organisational form, but also in terms of the present collective historical memory about the Thai left. The results of “cleansing democracy movement” can be seen in the present corrupt and money dominated system of Thai parliamentary politics. Yet, the impact of the Asian Economic Crisis and a whole new generation of people with little knowledge of the 1970s, may be an indication of social pressure from below and the re-emergence of class-based politics.

21/06/2026

ประชาสัมพันธ์ งานที่จะเกิดขึ้นวันที่ 24 มิถุนายน 2569

ขอพับกบ พบกับ งานอภิ What!!! สยาม วันนี้คณะราษฎรทำาอะไร

วันที่ 24 มิถุนายน คือ วันวาระดีครบรอบการอภิวัฒน์สยาม 2475 ซึ่งเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่ทำให้ไทยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะว่าประเทศไทยในเวลานั้นได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ซึ่งนับจากวันนั้นมา ขั้วการเมืองไทยก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เป็นการผลัดกันครองอำานาจระหว่างคณะราษฎร และฝ่ายอำนาจเก่า และผลก็จบลงที่คณะราษฎรดับสูญไปในทางอำนาจทางการเมือง

ดังนั้น เนื่องในโอกาสครบรอบ 94 ปี แห่งวันอภิ What!!! สยาม ทางเราจึงเรียนเชิญพ่อแม่พี่น้อง ผู้รักประชาธิปไตยทุกท่านมาร่วมงานเพื่อดูกันซิว่า วันนี้คณะราษฎรเขาทำอะไรกันเมื่อผ่านมา 94 ปีแล้ว

ในงานจะพบกับการปราศรัยเรื่องราวที่คณะราษฎรเคยบุกเบิกเอาไว้แต่ยังไม่แล้วเสร็จ และมีบู๊ธต่างๆ ที่จะลบล้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคณะราษฎร และจะมีการแสดงสุด Exclusive จากทางผู้จัด และนอกจากนั้นยังมีการวาดภาพระบายสีหมุดคณะราษฎรเพื่อสะท้อนถึงความฝันของพ่อแม่พี่น้องที่ยังไม่สูญหายไปไหน และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง

เจอกันวันที่ 24 มิถุนา อภิ What!!! สยาม วันนี้คณะราษฎรทำอะไร

นัดหมายกับพ่อแม่พี่น้องที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 17:00 เป็นต้นไป
**อย่าลืมพกอุปกรณ์สำหรับกันฝนมาด้วยนะ**

แล้วพบกันเร็ว ๆ นี้

#อภิWhatสยาม
#วันนี้คณะราษฎรทำอะไร

21/06/2026

ไดอารีดาวแดง EP.15 : 'สหายชัด - ชูชัย' เรื่องราวของ 'สุเทพ สุริยะมงคล' กับบาดแผลในความทรงจำจากเหตุการณ์ 6 ตุลา

หากกล่าวถึงประวัติศาสตร์บาดแผลที่ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย 'เหตุการณ์ 6 ตุลา' จะต้องเป็นเหตุการณ์ต้นๆ ที่ใครหลายคนนึกถึง เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ใช่เพียงการใช้ความรุนแรงที่รัฐกระทำต่อประชาชน แต่ยังพบกระบวนการหลายอย่างที่ทับซ้อนกันอยู่ในเหตุการณ์นั้น เช่น การทำร้ายศพ การโฆษณาชวนเชื่อจากฝ่ายรัฐอย่างหนักหน่วง การปลุกปั่นกระแสชาตินิยมอย่างเข้มข้น จนประชาชนสามารถลุกขึ้นมาใช้กำลังห้ำหั่นกันเองได้

สุเทพ สุริยะมงคล คือนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ร่วมเคลื่อนไหวในช่วงนั้น แม้เขาจะรอดพ้นจากการล้อมสังหารในย่ำรุ่งวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์มาได้ แต่เขากลับต้องสูญเสียเพื่อนหลายคนไปในเหตุการณ์นั้น และเมื่อการรัฐประหารเกิดขึ้นในเย็นวันเดียวกัน การเมืองที่นำโดยนายกรัฐมนตรีที่ขึ้นชื่อว่า 'ขวาตกขอบ' อย่าง 'ธานินทร์ กรัยวิเชียร' ประกอบกับการตามล่าฝ่ายซ้ายอย่างเข้มข้นทำให้สุเทพตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ โดยในเวลานั้นเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปยังพื้นที่ใด อย่างไรก็ตามเมื่อตัดสินใจเข้าป่าแล้ว ชีวิตของสุเทพก็ต้องเผชิญกับความทายท้าหลายอย่างที่เข้ามาทดสอบกำลังใจของเขา และกลายมาเป็นบทเรียนของชีวิตที่หล่อหลอมให้เขายังคงยืนเด่นโดยท้าทายแม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี

สัมภาษณ์และเรียบเรียง : ธนพล พันธุ์งาม
ภาพ : ธนพล พันธุ์งาม และภาพถ่ายส่วนตัวของสุเทพ สุริยะมงคล

อ่านต่อที่ https://commonmuze.com/node/1373

#ไดอารีดาวแดง #6ตุลา #สหาย
#พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

21/06/2026

เป็นเวลากว่าสองทศวรรษที่ประเทศไทยเผชิญความขัดแย้งทางการเมือง จากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อสีเหลือง การทำรัฐประหาร 2549 การสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงในปี 2553 การกวาดล้างครั้งใหญ่หลังการรัฐประหาร 2557 จนถึงการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ในช่วงปี 2563 ประชาชนจำนวนมากออกมาใช้เสรีภาพในการแสดงออกและชุมนุมเพื่อเรียกร้องอนาคตที่ดีกว่า แต่สิ่งที่ตามมากลับไม่ใช่การรับฟัง หากเป็นการ "กดปราบ" ทางการเมืองทุกวิถีทาง ทั้งการถูกคุมขัง การลี้ภัย และการสูญเสีย

บ้างจากบ้านไปสู่เรือนจำ
บ้างถูกผลักไปสู่การลี้ภัยในต่างแดน
และบางคนจากไปโดยไม่มีวันกลับ
โดยมาถึงวันนี้ การกดปราบจากรัฐยังไม่มีแนวโน้มจะที่จะหยุดลง มีแต่ความต่อเนื่องต่อไปเรื่อยๆ
การต้องลาจากกันบ้าง ไม่ได้ทำให้เรื่องราว ความทรงจำ และการต่อสู้ของพวกเขา ต้องจางหายหรือถูกลืมเลือนไป

เนื่องในวาระก้าวย่างใหม่ของสถาบันปรีดี พนมยงค์ ไอลอว์ขอชวนร่วมฟังคำกล่าวเพื่อการระลึกถึงในหัวข้อ “Never Stop, Never Forget: จากกัน ไม่จากใจ” วงสนทนาว่าด้วยการระลึกถึงผู้คนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันในวันนี้ เพราะผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมือง ระลึกถึงพวกเขาผ่านความทรงจำและคำบอกเล่าจากเพื่อน คนใกล้ชิด และผู้ที่เคยร่วมเส้นทางกับพวกเขา

กำหนดการ
11.00 - 11.15 น. กล่าวเปิดในหัวข้อ "ความฝันที่มาก่อนกาล? จากคณะราษฎร 2475 ถึง ราษฎร 2563"
รำลึกถึงผู้คนและเรื่องราวครั้งทำการใหญ่ในปี 2475 โดย อานนท์ ชวาลาวัณย์ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์สามัญชน

11.15 - 12.30 น. งานเสวนา “Never Stop, Never Forget จากกัน ไม่จากใจ”
ผู้ร่วมเสวนา
○ ณัฐชนน ไพโรจน์ จากเครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิทางการเมือง (Thumb Rights)
พูดถึง เบนจา อะปัญ อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่วันนี้ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย

○ ณัฐนิช ดวงมุกสิทธิ์ นักกิจกรรมอิสระ
พูดถึง บุ้ง-เนติพร อดีตผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ที่เสียชีวิตระหว่างถูกคุมขัง

○ ชาลิณี ทองยศ จากมูลนิธิไอแพม (IPAM)
พูดถึง ไผ่-จตุภัทร์ ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 จากการปราศรัย

○ โชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักกิจกรรมอิสระ
พูดถึง เอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องขังคดีมาตรา 110 จากการร่วมชุมนุมเมื่อขบวนเสด็จของพระราชินีเคลื่อนผ่าน

○ กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความสิทธิมนุษยชน
พูดถึง สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่วันนี้ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย

ดำเนินรายการโดย สหรัฐ จันทสุวรรณ์ จาก iLaw

23 มิถุนายน 2569 เวลา 11:00 -12:30 น.
อาคาร PRIDI สถาบันปรีดี พนมยงค์ ชั้น 4ซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ)
https://maps.app.goo.gl/grbE78vePYruUEGm8

20/06/2026
ชีวประวัติโดยย่อของ “ลุงโชติ” (ประสงค์ อรุณสันติโรจน์) 1. วัยเด็ก ครรลองชีวิตชาวจีน และการแต่งงาน (พ.ศ. 2480–2500)•    ก...
19/06/2026

ชีวประวัติโดยย่อของ “ลุงโชติ” (ประสงค์ อรุณสันติโรจน์)
1. วัยเด็ก ครรลองชีวิตชาวจีน และการแต่งงาน (พ.ศ. 2480–2500)
• กำเนิดและครอบครัว: ลุงโชติเกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2480 ที่หมู่บ้านรางทอง ตำบลทุ่งน้อย อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เป็นบุตรคนที่ 4 (ลูกชายคนโต) ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 9 คน ของคุณพ่อซุ่นเจียงและคุณแม่หงส์ มีชื่อภาษาจีนเดิมว่า “เป้งซ้ง” (แปลว่าต้นสนที่แข็งแกร่ง) ด้วยความที่เป็นบุตรชายคนโตตามธรรมเนียมจีน จึงถูกบิดาเคี่ยวเข็ญให้ท่องตำราจีนโบราณตั้งแต่เด็ก

• การศึกษาและการทำงาน: ได้เข้าเรียนภาษาจีนจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนเจ้งเม้งกงฮัก และเรียนภาคภาษาไทยต่อจนจบชั้นมัธยมปลาย ที่ศาลาวัดไร่เกาะ เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน จึงต้องออกมาช่วยบิดามารดาทำไร่ไถนาและหาบของไปขายอย่างหนักตั้งแต่เด็ก โลกทัศน์ในวัยเยาว์จึงจำกัดอยู่เพียงแถวบ้าน นครปฐม และเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปเยี่ยมญาติ (น้า 4 ย่านบางโพ) โดยรถไฟเป็นครั้งคราว

• การแต่งงาน: เมื่ออายุได้ 18 ปี บิดามารดาได้จัดการคลุมถุงชนจัดหาคู่ครองมาให้ แม้จะไม่ได้เริ่มต้นจากความรัก แต่ทั้งสองก็ครองคู่กันอย่างมั่นคง

2. จุดเปลี่ยนสู่วิถีการเมืองและเข้าเป็นสมาชิก พคท. (พ.ศ. 2500–2503)
• การเปิดโลกทัศน์: ในยุคที่รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม เปิดขยายเสรีภาพและเริ่มญาติดีกับจีนแผ่นดินใหญ่ ลุงโชติได้เข้าไปเปิดหน่วยสอนภาษาจีนตามบ้านที่ตลาดต้นสำโรงตอนกลางคืน ทำให้ได้รู้จักกับกลุ่มเยาวชนหัวก้าวหน้า เช่น ตังปิว (สมยศ) และเฮียหมง จนได้รวมกลุ่มศึกษาอภิปรายทฤษฎีการเมือง ชีวทัศน์ของเยาวชน ร่วมกิจกรรมทางสังคม และเริ่มอ่านหนังสือนิยาย วรรณกรรมก้าวหน้าทั้งของไทยและต่างประเทศ (เช่น งานของศรีบูรพา เสนีย์ เสาวพงศ์ ปาจิน และหลู่ซิ่น) ซึ่งเปลี่ยนโลกทัศน์ของเขาอย่างสิ้นเชิง

• การทำงานอาชีพ: เพื่อลดความขัดแย้งกับบิดาเรื่องการทำกิจกรรม ลุงโชติได้เข้าทำงานเป็นเสมียนทำบัญชีงบดุลให้กับโรงฆ่าสัตว์ (หลงจี้เซียะฮวย) ตื่นตีสามไปจดน้ำหนักและแบ่งหมูชำแหละ ได้เงินเดือนแรก 800 บาท ซึ่งถือว่าสูงมากในยุคนั้น

• เข้าสู่พรรคคอมมิวนิสต์: อั้งเง็ก (กล้า) แกนนำเยาวชนก้าวหน้า ได้ชักชวนลุงโชติเข้าสู่เส้นทางการเมือง หลังผ่านกระบวนการพิสูจน์ตนเองในฐานะ “สมาชิกเตรียม” เป็นเวลา 6 เดือนและทำภารกิจหาเป้าแกนสำเร็จ ลุงโชติจึงได้ปฏิญาณตนต่อหน้าธงค้อนเคียว เข้าเป็นสมาชิกสมบูรณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในปี พ.ศ. 2503 โดยใช้ชื่อจัดตั้งว่า “นิยม”

3. งานใต้ดินและบนดินในจังหวัดนครปฐม (พ.ศ. 2503–2507)
• รูปแบบการทำงาน: ลุงโชติใช้การสอนภาษาจีนตามบ้าน (หน่วยย่อยวัฒนธรรม) เป็นฉากบังหน้า (งานบนดิน) เพื่อเพาะเป้าสร้างแกน ขยายจัดตั้งมวลชนลูกหลานจีนเข้าสู่องค์การสันนิบาตเยาวชนแห่งประเทศไทย (ส.ย.ท.) และรับเลือกเข้าพรรค (งานใต้ดิน) นอกจากนี้ยังได้รับหน้าที่ขนส่ง เชื่อมต่อรับส่งคนจากภาคตะวันตกเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อส่งไปศึกษาต่อในประเทศพี่น้อง

• การศึกษาการเมือง: ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วม “สหศึกษา” ร่วมกับสหายจากเขตงานอื่นในบ้านเช่าปิดลับ (องค์การ) ในกรุงเทพฯ เพื่อศึกษาสถานการณ์และทฤษฎีลัทธิมาร์กซอย่างเข้มงวดภายใต้กฎงานลับ

• วิกฤตการณ์และการย้ายเขตงาน: ในช่วงนี้ลุงโชติย้ายมาอยู่หน่วยนำงานของ "ครูวิมล" งานขยายจัดตั้งและการเผยแพร่แถลงการณ์พรรคสร้างแรงสั่นสะเทือนจนรัฐบาลเผด็จการ (จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์) เริ่มกวาดล้าง สหายหลายคนถูกจับกุม ต่อมาในปี พ.ศ. 2506 เถ้าแก่โรงหมูหนีหนี้ล้มละลาย ทำให้ลุงโชติตกงานและประสบภาวะทางการเงินชักหน้าไม่ถึงหลัง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2507 ทางจัดตั้งจึงสั่งการให้เขาโยกย้ายไปขยายงานมวลชนในเขตงานใหม่ที่อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

4. งานมวลชนที่สามร้อยยอดและการเดินทางไปจีน (พ.ศ. 2507–2510)
• ขยายงานสามร้อยยอด: ลุงโชติเดินทางไปปลูกกระต๊อบในไร่สับปะรดที่สามร้อยยอด เผชิญชีวิตที่ยากลำบาก ต้องขี่จักรยานไปขนน้ำขุ่นมาแกว่งสารส้มเพื่อดื่มกิน โดยร่วมมือกับ "สหายเกียรติ" ขยายการสอนภาษาจีนบังหน้าเพื่อสร้างแกนนำและจัดตั้งหน่วยพรรค ทั้งในเขตไร่ใหม่ ไร่เก่า และศาลาลัย รวมถึงเป็นสถานีเชื่อมต่อระหว่างเมืองกับป่าเขาตะนาวศรี

• ทัศนศึกษาและฝึกอาวุธที่ประเทศจีน (พ.ศ. 2509): ลุงโชติทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะนำเยาวชนก้าวหน้าเดินทางผ่านฮ่องกงและมาเก๊าเข้าสู่ประเทศจีน ได้รับการต้อนรับจากสหายหลี่หัว คณะของเขาถูกส่งไปอบรมทฤษฎีมาร์กซิสต์ ฝึกวินัยทหาร การทำระเบิด และยุทธวิธีจรยุทธในค่ายทหารที่เมืองนานกิงนานร่วมสองเดือน ท่ามกลางกระแสการปฏิวัติวัฒนธรรม และได้มีโอกาสเข้าร่วมงานฉลองวันชาติจีน ณ จัตุรัสเทียนอานเหมิน ได้เห็นประธานเหมาเจ๋อตงและผู้นำจีนคนสำคัญ ก่อนจะเดินทางกลับสู่ประเทศไทยอย่างปลอดภัยในปี พ.ศ. 2510

5. งานใต้ดินในกรุงเทพฯ ภาวะเสียลับ และการฟื้นฟูจัดตั้ง (พ.ศ. 2510–2513)
• ภัยคุกคามในเมือง: หลังจากลุงโชติเดินทางกลับไทย งานที่ราบเริ่มถูกเพ่งเล็ง ประกอบกับ "ผิน บัวอ่อน" (สหายอุทัย) แกนนำระดับสูงถูกจับกุมในพ.ศ. 2510 และเกิดคนทรยศ (ยักษ์ใหญ่) ขายความลับให้ทางการ ทำให้เครือข่าย พคท. ในภาคกลางตะวันตกและเมืองท่องเที่ยวอย่างหัวหินถูกกวาดล้างอย่างหนัก สหายหลายคนรวมถึง "สหายลุง" (สัมผัส พึ่งประดิษฐ์) ทยอยถูกจับกุม จัดตั้งในที่ราบตัดขาดกับชั้นบน

• ขึ้นเขาตะนาวศรีครั้งแรก (ปลายปี 2510): ลุงโชติเดินทางร่วมกับสหายลุงบุกป่าเข้าสู่เทือกเขาตะนาวศรีฝั่งราชบุรีเพื่อร่วมงานฉลองครบรอบ 25 ปีวันก่อตั้ง พคท. (1 ธันวาคม พ.ศ. 2510) ได้พบกับสหายพลอย (ไสว มาลยเวช) และร่วมกิจกรรมปลุกระดมกับมวลชนกะเหรี่ยง ขาลงเกิดการปะทะกับทหารรัฐบาล แต่สามารถหลบหนีตัดเส้นทางใหม่กลับเข้ากรุงเทพฯ ได้สำเร็จ

• ความผิดพลาดจากการลอกเลียนทางความคิด: ในช่วงพ.ศ. 2511–2513 อิทธิพลจากการปฏิวัติวัฒนธรรมของจีนทำให้จัดตั้งดำเนินแนวทางซ้ายจัด บังคับให้สหายย้าย "องค์การ" (บ้านเช่า) จากเมืองลงสู่ชนบทและวิจารณ์ตัวเองอย่างรุนแรง ส่งผลให้สหายหญิงคนหนึ่งและเยาวชนทนไม่ไหวหนีไปมอบตัวและคายความลับ ลุงโชติต้องพาลูกเมียหนีกลับบ้านเดิม ส่วนตัวเองย้ายหนีตระเวนเปลี่ยนบ้านเช่าอย่างฉุกละหุกหลายแห่ง ตั้งแต่พระประแดง ห้วยขวาง จนถึงวงเวียนใหญ่ เพื่อหนีการจับกุมของตำรวจอย่างหวุดหวิด

• ฟื้นจัดตั้งและส่งคนเข้าป่า: ลุงโชติร่วมมือกับ "สหายดำ" และ "สหายกด" แกนนำคนใหม่ เพื่อฟื้นฟูสายงาน จัดตั้งหน่วยศึกษากลุ่มเยาวชนในกรุงเทพฯ (สหายมุก สหายเพ็ญ) และครูจีน (สหายชา) พร้อมจัดตั้งสถานีขนส่งชายป่าด่านสิงขรส่งคนและเสบียงหนุนช่วยในป่า แม้จะสูญเสียสหายศักดิ์จากการถูกโจรปล้นฆ่าฝั่งพม่า แต่สหายเจิมก็บุกป่าเชื่อมต่อกับกองกำลังติดอาวุธเทือกเขาตะนาวศรีสำเร็จในกลางปี พ.ศ. 2513

6. สู่สงครามประชาชนบนเทือกเขาตะนาวศรีและบทสรุป (พ.ศ. 2513–2527)
• ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2513 หลังจากการประสานงานระหว่างที่ราบและป่าเขาเสร็จสมบูรณ์ เพื่อระบายคนและดำเนินตามแนวทาง "ใช้ชนบทล้อมเมือง" ลุงโชติจึงได้เดินทางเข้าป่าเพื่อร่วมขบวนการต่อสู้ด้วยอาวุธบนเทือกเขาตะนาวศรีอย่างเต็มตัวเป็นเวลานานร่วม 10 ปี (พ.ศ. 2513–2523) เผชิญความยากลำบากในป่าดงดิบ

• ภายหลังจากสิ้นสุดยุคต่อสู้ในป่า ลุงโชติย้ายกลับมาทำงานใต้ดินในเมืองอีกครั้ง และท้ายที่สุดในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2527 เขาถูกทางการจับกุมตัวได้ที่บ้านเช่าในซอยเรวดี จังหวัดนนทบุรี และนี่คือหน้าหนึ่งในบันทึกประวัติศาสตร์ของนักปฏิวัติอาชีพที่ไม่เคยแม้สักครั้งที่จะคิดทรยศต่ออุดมการณ์

ลุงโชติ เป็นทั้งนักคิด นักเขียน นักแปล อาจารย์บรรยายพิเศษ ผู้มีผลงานด้านหนังสือทั้งเขียน
และแปลเรียบเรียงแนววรรณกรรม ประวัติศาสตร์ และปรัชญาจีนเล่มใหญ่
เล่มเล็กกว่า 30 เรื่อง ในนามปากกา อรุณ โรจนสันติ และ ส.นิยม
เรื่องเด่นที่นำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์โดยนพพล โกมาชุน คือ เยาวราชในพายุฝน

ขอคารวะแด่ คุณลุงประสงค์ปัญญาชนปฏิวัติที่ยืนหยัดตลอดกาล----คุณลุงประสงค์ อรุณสันติโรจน์ (ลุงโชติ)ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้...
19/06/2026

ขอคารวะแด่ คุณลุงประสงค์
ปัญญาชนปฏิวัติที่ยืนหยัด
ตลอดกาล
----
คุณลุงประสงค์ อรุณสันติโรจน์ (ลุงโชติ)ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 04.04 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
สิริอายุ 89 ปี
กำหนดการพิธีบำเพ็ญกุศลและสวดอภิธรรม 21-24 มิถุนายน 2569
------
อาลัยลุงโชติ

ลุงโชติจากไปในวันนี้
ศรัทธาที่เคยมีมิรู้หาย
ร่างท่านอาจสูญดับลับมลาย
แต่อุดมการณ์มิคลายจากใจชน

ปากกาวางลงแล้วละจากมือ
แต่ถ้อยคำคงยึดถือไม่สับสน
บทวิเคราะห์พิบูลย์พร่างกลางกมล
ย่อมทายท้าวังวนเผด็จการ

ใต้ธงแดงปฏิวัติท่านยืนหยัด
ส่องประกายฉายชัดให้ขับขาน
ไม่หวังเกียรติสรรเสริญเมินกันดาร
เราลูกหลานเหลือเพียงรอยอาลัย

แม้ร่างลับดับสูญตามกาลเวลา
นาม "ลุงโชติ" คงคุณค่าทุกสมัย
ยังย้ำยุคลุกสู้คู่ปวงไทย
ตลอดไป....ตราบนิจนิรันดร

ซัง ตะวันออก

#เขตงานตะนาวศรี
#สหายโชติ

วันที่กุหลาบ สายประดิษฐ์จากไปผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษแล้วหลุมศพของผู้คนจำนวนมากถูกหญ้าปกคลุม หรืออาจเหลือแค่ป้ายหน้าหลุมแต่...
17/06/2026

วันที่กุหลาบ สายประดิษฐ์จากไปผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว
หลุมศพของผู้คนจำนวนมากถูกหญ้าปกคลุม หรืออาจเหลือแค่ป้ายหน้าหลุม
แต่บางชีวิตกลับยิ่งมองเห็นชัดขึ้น
ศรีบูรพา-นามปากกาของเขานับวันยิ่งเด่นชัด
ไม่ใช่เพราะเขาเป็นนักเขียน
ไม่ใช่เพราะเขาเป็นวีรบุรุษ
หากเพราะเขาใช้ชีวิตไปกับความเชื่อว่ามนุษย์ไม่ควรก้มต่ำกว่าศักดิ์ศรีของตนเอง
กาลเวลาอาจเก็บรักษาผู้คนไว้ด้วยชื่อเสียง เกียรติยศ ความมั่งคั่ง หรือความดีที่ต้องตีความ

สำหรับศรีบูรพากาลเวลาเก็บรักษาเขาไว้ด้วยจุดยืนของกบฎทางความคิด ที่ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจอภิสิทธิชนใด
และนั่นคือเหตุผลที่เรายังเอ่ยถึงเขาอยู่จนวันนี้
-----
ยังดี โดมพระจันทร์
#แลไปข้างหน้า
#ข้างหลังภาพ
#สงครามชีวิต
#เบื้องหลังการปฏิวัติ2475

ที่อยู่

Bangkok
10200

เบอร์โทรศัพท์

+66816134792

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ October Networkผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง October Network:

แชร์