บ้านพิพิธภัณฑ์ดำเนินการเพื่อประโยชน์แก่สาธารณะ โดยสมาคมกิจวัฒนธรรมและอาสาสมัคร
ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2544
คำว่าบ้านพิพิธภัณฑ์ หรือ House of Museums หมายถึงบ้านที่รวบรวมของต่างๆโดยหวังว่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดพิพิธภัณฑ์แขนงต่างๆ ขึ้นอีกต่อไป
เรื่องราวที่จัดแสดง คือวิถีชีวิตชาวตลาดชาวเมืองในยุค 2500 และใกล้เคียง
ของที่จัดแสดง ส่วนใหญ่
มาจากการบริจาค (ฉะนั้นแต่ละหมวดจึงไม่ได้มีของสมบูรณ์ทุกยุคทุกสมัย) อีกส่วนหนึ่งมาจากการซื้อด้วยเงินรายได้เท่าที่พอมี เพื่อให้มีของแปลกๆ มาเสริมให้ผู้ชมได้ดูของมากขึ้นเรื่อยๆ
เหตุที่จัดทำบ้านพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาก็เพราะเห็นว่าของดีจำนวนมากถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ในขณะที่เราไม่สามารถหาชมของจำพวกนี้ เช่น ตู้โต๊ะตั่งเตียงสวยๆ, แบบเรียน, ป้ายโฆษณา, ขวดน้ำอัดลม, แก้วน้ำ, ชามก๋วยเตี๋ยว, กล้องถ่ายรูป, ของแถม,ของเล่น, กระบอกเสียง ฯลฯ ได้จากพิพิธภัณฑ์ทั่วไป เพื่อให้มีแหล่งรับบริจาคและเก็บของ (ซึ่งจริงๆ แล้วรัฐควรเป็นผู้จัดทำทั้ง 4 ภาคหรือทุกจังหวัด) สมาคมกิจวัฒนธรรมจึงลงมือทำไปตามกำลังก่อนดังที่เห็น
“บ้านพิพิธภัณฑ์” เป็นบ้านของส่วนรวมหรือของสาธารณะ แทบทุกอย่างมาจากการบริจาค เริ่มตั้งแต่ที่ดิน 58 ตารางวา จาก ร.อ.อาลักษณ์ อนุมาศ, การออกแบบก่อสร้างอาคาร, การออกแบบห้องแสดง, ข้าวของที่นำมาจัดแสดง และที่สุดคือกรรมการซึ่งสละเวลามาช่วยกันทำงานเพื่อส่วนรวมโดยไม่มีเงินเดือน
สมาคมกิจวัฒนธรรมซึ่งก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2532 ปัจจุบัน พ.ศ.2556 มี ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ เป็นนายกสมาคม
แนวการออกแบบหรือจัดแสดง คือ กั้นห้องเป็นเหมือนห้องแถวในตลาด
ชั้น 1 จัดเป็นร้านของเล่น, ร้านขายยา, ร้านขายของที่ระลึก และร้านกาแฟ
ชั้น 2 จัดเป็นโรงหนัง, ร้านขายของจิปาถะ, ร้านตัดผม-ตัดเสื้อ, ร้านให้เช่าหนังสือนิยาย, ร้านถ่ายรูป, ร้านทอง, ร้านขายอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และบ้านสุวัตถี
ชั้น 3 จัดเป็นห้องเรียน, ห้องนายอำเภอ, ร้านขายแผ่นเสียง, ร้านสรรพสินค้า และร้านอาม่า ขายขนมและของเล่นต่างๆ
อนาคต
โครงการที่คิดฝันในอนาคตคือการขยับขยายโครงการสร้างพิพิธภัณฑ์ในชื่อ “บ้านไร่ใกล้ตลาด” ในพื้นที่ขนาด 4-5 ไร่ เพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑ์และที่พักผ่อนซึ่งชวนให้นึกถึงวัยเด็กที่เคยรื่นรมย์
โครงการดังกล่าว ต้องการผู้มีกำลังทรัพย์ที่ใจบุญ บริจาคที่ดินและงบประมาณเป็นประเดิม โครงการจึงจะสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้