ARTIST+RUN ARTIST+RUN is independent ARTIST+RUN is a new exhibition space initiated by Angkrit Ajchariyasophon located on Naradhiwat Rajanagarindra Rd. Soi 22 (N22).
(387)

ARTIST+RUN is a living room – a room where the artists we admire and respect are invited to present their works. ARTIST+RUN is the branch of Angkrit Gallery Chiangrai, an artist-run space that Angkrit Ajchariyasophon has operated in Chiangrai since 2008 until now. ARTIST+RUN is an art form: a sharing space and time available to all people who like to get involved in art. Let’s be an artist, Let's run together.

ชีวิต เวลา ยืดหยุ่น (Living in an Elastic Time)นิทรรศการศิลปะ–คราฟต์ระดับนานาชาติที่ชวนคุณ ‘ใช้เวลา’ ให้ต่างออกไปกรุงเทพ...
23/04/2026

ชีวิต เวลา ยืดหยุ่น (Living in an Elastic Time)
นิทรรศการศิลปะ–คราฟต์ระดับนานาชาติที่ชวนคุณ ‘ใช้เวลา’ ให้ต่างออกไป

กรุงเทพฯ – หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน (Jim Thompson Art Center) ชวนสัมผัสนิทรรศการใหม่ “ชีวิต เวลา ยืดหยุ่น (Living in an Elastic Time)” นิทรรศการสัญจรจากเทศกาลระดับนานาชาติ ช็องจู คราฟต์ เบียนนาเล่ ประเทศเกาหลีใต้ พ.ศ. 2568 ที่ถูกนำมาตีความใหม่ในบริบทไทย ผ่านพื้นที่ทั้งหอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ และสวนบ้านจิม ทอมป์สัน

นิทรรศการครั้งนี้ชวนตั้งคำถามกับ “เวลา” ในโลกยุคเร่งรีบ ว่าเราจำเป็นต้องใช้ชีวิตตามจังหวะเดียวกับโลกอุตสาหกรรมจริงหรือไม่ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ให้กับ “งานหัตถศิลป์” ในฐานะมากกว่างานฝีมือ แต่เป็นเครื่องมือในการคิด ทบทวน และเชื่อมโยงชีวิตกับวัฒนธรรม

นิทรรศการรวบรวมผลงานจากศิลปินไทยกว่า 25 คน ที่พาผู้ชมเดินทางข้ามช่วงเวลา ตั้งแต่งานคราฟต์ดั้งเดิมที่อาศัยความประณีตและการสั่งสมทักษะ ไปจนถึงผลงานร่วมสมัยที่ใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์ ซึ่งภัณฑารักษ์โดย กฤติยา กาวีวงศ์ และอังกฤษ อัจฉริยโสภณ

ภายในพื้นที่จัดแสดง ผู้ชมจะได้พบกับผลงานหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่งานทอผ้า งานแกะสลัก งานหล่อโลหะ ไปจนถึงภาพยนตร์และงานจัดวางขนาดใหญ่ที่เปิดโอกาสให้เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ได้โดยตรง เช่น โครงสร้างเขาวงกตที่ชวนให้ผู้ชมค่อย ๆ ใช้เวลาเดิน สำรวจ และตีความประสบการณ์ของตัวเองไปพร้อมกับงานศิลปะ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “สิ่งที่ได้เห็น” แต่คือ “จังหวะของการรับรู้” ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป เมื่อผู้ชมได้ใช้เวลาอยู่กับงานเหล่านั้นอย่างเต็มที่

นิทรรศการจัดวางผ่านสามหัวข้อ; ส่วนแรก Creating Without a Time Limit มุ่งสำรวจการสั่งสมทักษะงานฝีมือดั้งเดิมและการทำซ้ำเชิงจิตวิญญาณ ตั้งแต่งานแกะสลักไม้ การทอผ้า การหล่อสำริด งานเชิดหุ่น ไปจนถึงเครื่องปั้นดินเผา ต่อเนื่องสู่การตีความร่วมสมัย เช่น ผลงานเขาวงกตขนาดใหญ่ ของวิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์ / ส่วนที่สอง Techno Craft การผสานเทคนิคดั้งเดิมกับเทคโนโลยีร่วมสมัย โดยหวนสำรวจขนบสิ่งทอผ่านภาพยนตร์ งานออกแบบ และการทดลองวัสดุ จัดแสดงภายในและรอบเขาวงกต ทำให้เห็นการปรับตัวของนวัตกรรมใหม่จากงานหัตถศิลป์ / ส่วนที่สาม Time Is the True Home of the Mind การจำลองพื้นที่ภายในบ้าน เพื่อชี้เห็นความใกล้ชิดระหว่างศิลปะ งานฝีมือ และชีวิตประจำวันในบริบทไทย พร้อมตั้งคำถามต่อโครงสร้างที่เคยผลักงานช่างฝีมือให้อยู่ชายขอบของประวัติศาสตร์ศิลปะ

นิทรรศการนี้ไม่ใช่เพียงพื้นที่สำหรับ “การชมงานศิลปะ” แต่เป็นพื้นที่สำหรับการชะลอจังหวะ และทบทวนความสัมพันธ์ของเรากับเวลา ความทรงจำ และการทำงานในโลกที่ให้คุณค่ากับความรวดเร็วและประสิทธิภาพ การได้อยู่กับสิ่งที่ต้องใช้เวลา ทั้งในแง่ของการสร้างสรรค์และการรับรู้ อาจเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ผู้ชมบางคนอาจมองเห็นความงามของความช้า บางคนอาจตั้งคำถามกับวิถีชีวิตของตัวเอง ขณะที่บางคนอาจเพียงได้ใช้เวลาอยู่กับสิ่งที่ไม่ต้องเร่งรีบ

แนวคิดเช่นนี้สอดคล้องกับบทบาทของจิม ทอมป์สัน ที่ให้ความสำคัญกับงานฝีมือและวัฒนธรรมในฐานะ
“ชีวิตที่มีอยู่จริง” ไม่ใช่เพียงวัตถุจัดแสดง

นิทรรศการนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ประเทศไทย; เทศกาลช็องจู คราฟท์ เบียนนาเล่ พ.ศ. 2568; มูลนิธิ เจมส์ เอช. ดับเบิลยู. ทอมป์สัน กรุงเทพฯ และขอขอบคุณดีซี คอลเลคชั่น ละลานตา Fine Art และกระดาษจาก Kozo สตูดิโอ

รายละเอียดการเข้าชมนิทรรศการ
จัดแสดงระหว่างวันที่ 30 เมษายน 2569 -16 สิงหาคม 2569
พิธีปิดนิทรรศการ: 30 เมษายน 2569
สถานที่ หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน ห้องแกลเลอรี 1-2, ห้องสมุดวิลเลียม วอร์เรน, พิพิธภัณฑ์และสวนบ้านจิม ทอมป์สัน

ภัณฑารักษ์: กฤติยา กาวีวงศ์ และอังกฤษ อัจฉริยโสภณ

ศิลปินร่วมแสดง : ออล(โซน), ดอนหมูดิน, Foundisan, สตูดิโอมือจา, จารุพัชร อาชวะสมิต, เอ็มโซเฟียน เบญจเมธา, สิตา อินใหญ่, มิตร ใจอินทร์, ปรีชา การุณ, แสง ลือสุวรรณ x คำจันทร์ ยาโน, ธารวิชชา หมื่นชำนาญ, กูซอฟียะฮ์ นิบือซา, จักรวาล นิลธำรงค์, ธนิษฐา นันทาพจน์, สมลักษณ์ ปันติบุญ, วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์, ศิริศักดิ์ แซ่โง้ว, พินรี สัณฑ์พิทักษ์, พิม สุทธิคำ, นิธี สุธรรมรักษ์, ฤดี ตันเจริญ, จฬรรณ์ ถาวรนุกูลพงศ์, ทรงเดช ทิพย์ทอง, ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช x ยายแบ่ง สนใหม่, เพลินจันทร์ วิญญรัตน์, กฤษณ์ เย็นสุดใจ

เวลาทำการ

พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน (JTH): เปิดทุกวัน 10:00 – 17:00 น.

หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน (JTAC): เปิดทุกวัน 10:00 – 18:00 น.

ห้องสมุดวิลเลียม วอร์เรน (WWL): เปิดวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 – 18:00 น.

ค่าเข้าชม: เข้าชมทั้ง JTH + JTAC: 250 บาท | เข้าชมเฉพาะ JTAC: 50 บาท

Living in an Elastic Time
An international art and craft exhibition inviting a different experience of time

Bangkok – The Jim Thompson Art Center presents Living in an Elastic Time, a newly reinterpreted travelling exhibition originating from the Cheongju Craft Biennale 2025, South Korea. Reframed within the Thai context, the exhibition unfolds across the gallery spaces, the museum, and the gardens of the Jim Thompson House Museum.

This exhibition reflects on the notion of “time” in an accelerated world, questioning whether life must necessarily follow the rhythm of industrial time. At the same time, it repositions craft beyond the realm of skilled making, proposing it instead as a medium for reflection, contemplation, and a means of reconnecting life with culture.

Bringing together works by over 25 Thai artists, the exhibition invites audiences to move across temporalities, from traditional crafts grounded in precision and accumulated knowledge to contemporary practices where technology becomes integral to the creative process. Curated by Gridthiya Gaweewong and Angkrit Ajchariyasophon, the exhibition presents a wide range of media, including textile, wood carving, metal casting, film, and large-scale installations. Among these is an immersive labyrinth structure by Wit Pimkanchanapong, encouraging visitors to move slowly through space, engaging in a process of observation, navigation, and personal interpretation. What emerges is not only what is seen, but a gradual shift in perception shaped by the time one spends with each work.

The exhibition is structured around three interrelated sections. Creating Without a Time Limit explores the accumulation of traditional craftsmanship and the spiritual dimension of repetition, spanning practices such as wood carving, weaving, bronze casting, puppetry, and ceramics, extending into contemporary reinterpretations. Techno Craft examines the intersection between traditional techniques and contemporary technologies, revisiting textile traditions through film, design, and material experimentation, with works situated both within and around the labyrinth structure. Time Is the True Home of the Mind reconstructs a domestic environment, highlighting the proximity between art, craft, and everyday life in the Thai context, while questioning historical frameworks that have positioned craft at the margins of art history.

Rather than functioning solely as a site for viewing art, the exhibition proposes a space for slowing down and reconsidering one’s relationship with time, memory, and labour. In a world that prioritizes speed and efficiency, engaging with processes that demand time, both in making and in perceiving, offers a distinctly different experience. For some, it may reveal the quiet value of slowness; for others, it may prompt reflection on ways of living; and for many, it may simply offer the rare opportunity to inhabit time without urgency.

This perspective resonates with the legacy of Jim Thompson, whose work has long emphasized craft and culture as living practices, embedded in everyday life rather than existing solely as objects of display.

This exhibition is supported by the Contemporary Art Promotion Fund, Office of Contemporary Art and Culture, Ministry of Culture, Thailand, ; Cheongju Craft Biennale 2025; the James H.W. Thompson Foundation, Bangkok, with special thanks to DC Collection, La Lanta Fine Art, and paper support from Kozo Studio.

Exhibition Visitor Information

Dates: 30 April 2026 – 16 August 2026
Opening Ceremony: 30 April 2026

Venue: Jim Thompson Art Center, Galleries 1–2, William Warren Library,
Jim Thompson House Museum and Garden

Curated by Gridthiya Gaweewong and Angkrit Ajchariyasophon

Featuring Artists: all(zone), DonMooDin, Foundisan, Studio Mueja, Jarupatcha Achavasmit, Emsophian Benjametha, Sita Inyai, Mit Jai Inn, Preecha Karoon, Sang Luesuwan x Kamchan Yano, Thanwitcha Muenchamnan, Kusofiyah Nibuesa, Jakrawal Nilthamrong, Thanistha Nunthapojn, Somluk Pantiboon, Wit Pimkanchanapong, Sirisak Saengow, Pinaree Sanpitak, Pim Sudhikam, Nithee Suthammaruk, Rudee Tancharoen, Chalan Thawornnukulphong, Songdej Thipthong, Rirkrit Tiravanija x Grandma Baeng Sonmai, Ploenchan Vinyaratn, Kris Yensudchai

Operating Hours

Jim Thompson House Museum (JTH): Open Daily 10:00 AM – 5:00 PM

Jim Thompson Art Center (JTAC): Open Daily 10:00 AM – 6:00 PM
William Warren Library (WWL) Open: Wednesday – Sunday, 10:00 AM – 6:00 PM

Admission Fees: Combined ticket (JTH + JTAC): 250 THB | JTAC only: 50 THB

 at
19/04/2026


at

การแสดงหนังใหญ่ไฟกะลา ที่วัดขนอน ราชบุรี Nang Yai Fai Kala at Wat Khanon, Ratchaburi
15/04/2026

การแสดงหนังใหญ่ไฟกะลา ที่วัดขนอน ราชบุรี Nang Yai Fai Kala at Wat Khanon, Ratchaburi

03/04/2026

'ฝึกที่จะงง ฝึกที่จะเบื่อ' กระบวนการแห่งการทำงานสร้างสรรค์ของ laufey
- ดูแล้วชอบ และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในยุคสมัยที่ว่องไว
- เลเว่ บอกว่า เธอโตมากับดนตรีคลาสสิคที่เวลาจะเรียนรู้งานแต่ละชิ้นมันจะใช้เวลานานมากๆ วันเดียวเข้าใจขึ้นนิดเดียว พัฒนาได้นิดเดียว มันช้ามากๆ , เป็นกระบวนการที่น่าเบื่อมาก แต่มันเป็นวินัยทางการเรียนที่ทำให้เธอสามารถใช้เวลาเสพงานอื่นๆแบบค่อยเป็นค่อยไปได้

- เธอคิดว่าเราไม่ควรบอกศิลปินรุ่นใหม่ๆว่า ศิลปะที่ดีคือศิลปะที่เก็ทง่าย เข้าใจง่าย เสพง่าย เท่านั้น ทุกวันนี้เราถูกเทรนให้ไม่ชอบอะไรก็ปัดทิ้ง หรือถ้ามันไวที่พอที่จะเอาเราให้อยู่ เราก็ปฎิสเธมันเลย

- เธอชอบ slow art หรืองานศิลปะที่คุณอาจจะไม่เข้าใจมันในทันที / เลเว่ชอบดูบัลเลต์ เธอเล่าถึง The Royal Ballet's Giselle ที่เธอไปดูมา เธอชอบการดูบัลเลต์และดนตรีคลาสสิคมาก เพราะงานเหล่านี้บังคับให้เราต้องนั่งลงกับที่ ปิดโทรศัพท์ ตอนดูเราอาจจะสับสนและเบื่อก็ได้ อาจจะงงกับสิ่งที่ดูตรงหน้า อาจจะไม่เก็ทถ้าไม่ได้อ่าน statement แต่เธอคิดว่ามันอาจจะเป็นเรื่องดีที่เราได้ฝึกสับสนและเบื่อบ้าง ต้องฝึกที่จะผ่านความรู้สึกเหล่านี้ไปให้ได้ มันคือการฝึกฝนแบบหนึ่ง

- เลเว่บอกว่า มันจะมีบางวันที่เธอเล่นติ๊กต่อกทั้งวันแล้วก็พบว่า นี่กูไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยนิ ทุกอย่างสรุปมาให้เสร็จเรียบร้อย / เลยมีครั้งนึงที่เธอลองซื้อสีน้ำมาหัดวาดเล่น ซึ่งพอลองแล้วก็พบว่าวาดห่วยมาก แต่ก็พบว่าชั่วโมงนั้นที่เธอหัดวาดสีน้ำ เหมือนเธอได้ลองเป็นคนที่ทำอะไรไม่เก่ง และนั่นคือจุดที่สมองได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆผ่านการลงมือทำ ผ่านความไม่รู้ ผ่านการคิดระหว่างฝึกหัด นั่นคือประโยชน์ของการยอมให้ตัวเองเบื่อและฝ่าฟันมันไปได้

- (อันนี้เสริมเอง) คิดว่าสิ่งที่เลเว่พูด น่าจะหมายถึงว่า ช่วงที่เราเบื่อ สับสน หรือ พยายามต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยทำมาก่อน น่าจะเป็นช่วงที่สมองเราเหมือนต้องแอ็คทีฟ ต้องทำงาน ต้องจับแพะชนแกะเพื่อแก้ปัญหา เหมือนโดนกวนน้ำไม่ให้ขุ่น และช่วงจังหวะนั้นคือช่วงจังหวะที่ความคิดสร้างสรรค์เรามักจะออกมาบ่อยๆ หรือ การเรียนรู้เรื่องบางเรื่อง(ที่อาจจะติดตัวเราไปอีกนาน)ก็จะค่อยๆเกิดขึ้นตอนนั้นเอง

- เธอบอกว่า เอไอ ทำให้เราทำอะไรได้ผลลัพธ์รวดเร็วขึ้นมากๆ แต่เธอแค่จะบอกว่าช่วงเวลาที่เธอเกิดความคิดสร้างสรรค์ที่สุดคือช่วงเวลาที่เรางงๆและเบื่อระหว่างฝึกฝนนี่แหละ

- (เลยเหมือนที่เธอคิดว่าความยอดเยี่ยมของบัลเลต์ที่เธอดูคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยการฝึกฝนที่ไม่ถึง 10 ปี , ทุกอย่างมีกระบวนการของมัน เธอยกตัวอย่างเวลาเธอแต่งเพลง เธออาจจะใช้เวลาแต่งแค่ 20 นาที แต่ความเร็วนั้นมาจากประสบการณ์การเรียนดนตรีของเธอ 20 ปี และรวมถึงประสบการณ์ชีวิตของเธอทั้งชีวิต)

- ทุกวันนี้เธอยังคงอ่านหนังสือที่ยากขึ้น บางทีอ่านแล้วก็สับสนบ้าง แต่เธอคิดว่าการไม่เข้าใจบ้างก็เป็นเรื่องดี เพราะทุกวันนี้บางที 'ความเข้าใจ' ก็เป็นพระเอกมากไป

Rirkrit TiravanijaUntitled 2025 (the third fog )Acrylic on CanvasSize: 57 x 83 cmBased on an original painting by Chiang...
02/04/2026

Rirkrit Tiravanija
Untitled 2025 (the third fog )
Acrylic on Canvas
Size: 57 x 83 cm
Based on an original painting by Chiang Rai artist “Sala Khin” Chamras Prommin, which depicted a peaceful, beautiful, and simple rural landscape and life in northern Thailand, the artist has recreated the painting. However, the entire image is shrouded in thick, toxic smoke from a wildfire.

31/03/2026
27/03/2026

📛​ผมขอเรียกร้องให้คุณอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ ดำเนินการประกาศเขตภัยพิบัติกรณี​ PM2.5 กับภาคเหนือตอนบนโดยด่วน​ "ยกเลิกเกณฑ์ปัจจุบันที่เขียนจากคนในห้องแอร์" และประกาศภัยพิบัติเป็นภัยระดับ​ 3 ให้รัฐมนตรีมหาดไทยนั่งหัวโต๊ะบัญชาการ​ พร้อมตั้งแผนการจัดการเร่งด่วนทั้งการจัดการที่ต้นตอของฝุ่นภายในประเทศ​ และการลดผลกระทบทางสุขภาพของประชาชน​ โดยใช้งบฉุกเฉินจากเงินทดรองราชการโดยทันที​

🔸​ภาพถ่ายทางอากาศ​ของเชียงใหม่ในวันนี้​ (27 มีนาคม​ 2569) ฝุ่นพิษ​ PM2.5 หนักมาก​ แต่ทุกคนรู้ไหมครับ​ หนักขนาดนี้​ ยังไม่เข้าเกณฑ์ประกาศเขตภัยพิบัติเลย​ เพราะรัฐบาลตั้งเกณฑ์ไว้ว่า​ค่า​ PM2.5​ เฉลี่ย​ 24 ชั่วโมง​ ต้องมากกว่า​ 125 ไมโครกรัม​ต่อลูกบาศก์เมตร​ต่อเนื่องกันเกิน​ 5 วันถึงจะประกาศได้!

นี่ขนาดปรับมาแล้วนะครับรัฐบาลที่แล้ว​ตั้งไว้สูงถึง​ 150 ช่างเป็นเกณฑ์ที่เขียนจากคนห้องแอร์​ที่ไม่เคยมาเผชิญปัญหาจริง​ๆ ทั้งที่​ในส่วนนี้ผมเคยเสนอให้มีการปรับลดลงมานานแล้ว​ คือ​ ปรับเป็นสองขั้น​ หาก​ค่า​PM2.5​เกิน​ 75 ติดต่อสามวันให้เป็นขั้นแรกใช้เกณฑ์ป้องกันยับยั้งภัยในการดำเนินการ​ และหากเกิน​ 120 สามวันถือเป็นขั้นที่สองใช้เกณฑ์ภัยพิบัติในการเข้าช่วยเพิ่มเติม

📌 ประกาศไปแล้วได้อะไร? จังหวัดจะสามารถเข้าถึงเงินฉุกเฉินที่เอามาช่วยจัดการที่ต้นตอ​ ค่าจ้าง​แรงงาน​ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง​ของคนดับไฟป่า​ และสามารถเอาจัดการที่ปลายทางกับกลุ่มเปราะบางในการจัดซื้อหน้ากากอนามัยหรือมุ้งสู้ฝุ่น​ ทำห้องปลอดฝุ่นให้กลุ่มเปราะบาง​ โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้ป่วยติดเตียงได้​ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีบ้านติดแอร์พร้อมเครื่องฟอกอากาศนะครับ

ซึ่งปัญหาในตอนนี้กระทบทั้งภาคเหนือตอนบนอย่างรุนแรง​ ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศเขตภัยพิบัติในภาคเหนือตอนบน​ ยกระดับภัยเป็นระดับ​ 3 ให้รัฐมนตรีมหาดไทยนั่งหัวโต๊ะเป็นผู้บัญชาการ​ และให้แต่ละกระทรวงดำเนินการตามภารกิจภัยพิบัติ​ กระทรวงสาธารณสุข​จัดการเรื่องการรับมือผลกระทบสุขภาพ​ กระทรวงพม.ชี้เป้าจัดการเรื่องแผนที่เสี่ยงกลุ่มเปราะบาง​ กระทรวงทรัพฯจัดการที่ต้นตอไฟป่าโดยใช้งบจากเงินทดรองราชการของจังหวัด​ และให้กระทรวงกลาโหมเข้าช่วยจัดการส่วนนี้ด้วย (กระทรวงทรัพฯไม่มีงบฉุกเฉินก้อนนี้​ แต่กระทรวงอื่นๆมีครบ)

ทั้งหมดนี้ต้องจัดการโดยด่วน​ ลมหายใจของประชาชนรอไม่ได้​ ยิ่งช้าเรายิ่งเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดให้กับประชาชน

#อากาศสะอาด
#ภัทรพงษ์ลีลาภัทร์
#พรรคประชาชน #เชียงใหม่
#หางดง​ #สันป่าตอง

27/03/2026

ฝ่ายมัลติ-ดิซิพลินารี่ อาร์ต #หอศิลปกรุงเทพฯ ประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมอบรมโครงการ BACC Cultivate Lab (Takes Root) “Where Equality Takes Root — The Ground Becomes Art.”
1. คุณดมิสา ลักขณาพินิจ
2. คุณปฏิพัทธิ์ อัคราพูนรัตน์
3. คุณปภาวี ไวทยานนท์
4. คุณปัทมาภา วีระชัยณรงค์
5. คุณพิศวัสต์ วรรณฟู
6. คุณสิรภพ อัตโตหิ

26/03/2026

NATEE UTARIT, Contemporary Art Museums Are Places Where the Masses Are Politely Invited to Feel Inferior, 2026, Oil on canvas, 150 x 112 cm.
-
Richard Koh Fine Art at Booth 1D44, Art Basel Hong Kong 2026.

ที่อยู่

99 M2 Phahonyothin Road, Nang Lae, Mueang Chiang Rai District
Chiang Rai
57100

เวลาทำการ

อังคาร 13:00 - 18:00
พุธ 13:00 - 18:00
พฤหัสบดี 13:00 - 18:00
ศุกร์ 13:00 - 18:00
เสาร์ 13:00 - 18:00
อาทิตย์ 13:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66994545955

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ARTIST+RUNผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ARTIST+RUN:

แชร์

ประเภท